แมนยูยังคงต้องการ เฟรงกี้ เดอ ยอง แม้จะเซ็นสัญญากับ คาเซมิโร่ แล้ว

มีรายงานข่าวจากต่างประเทศรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้เซ็นสัญญากับ เฟรงกี้ เดอ ยอง นักเตะกองกลางตัวเก่งของ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้จะว่าตอนนี้สโมสรจะมีการประกาศยืนยันการเซ็นสัญญากับ คาเซมิโร่ ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ก่อนเกมที่พวกเขาจะเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 2-1 ในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทางด้านของ เอริค เทน ฮาก เองก็อยากร่วมงานกับอดีตผู้เล่นของเขามากและได้พยายามเซ็นสัญญาด้วยมาเป็นเวลานานแล้ว

เอริค เทน ฮาก ถูกตั้งคำถามบ่อยครั้งเกี่ยวกับเรื่องการเซ็นสัญญากับ เฟรงกี้ เดอ ยอง ว่าพวกเขายังต้องการเซ็นสัญญากับนักเตะหนุ่มรายนี้หรือไม่หลังจากที่สโมสรได้มีการเซ็นสัญญากับ คาเซมิโร่ นักเตะหนุ่มของ เรอัล มาดริด ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็มีนักข่าวชื่อดังของอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมีการเจรจากับ บาร์เซโลน่า อย่างต่อเนื่อง นั่นแสดงให้เห็นว่า เฟรงกี้ เดอ ยอง เป็นผู้เล่นที่พวกเขาอยากได้มาร่วมทีมมากๆ จริงๆ

สำหรับอุปสรรคของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการเซ็นสัญญากับนักเตะหนุ่มรายนี้ก็คือเรื่องเงินค่าจ้างของ เฟรงกี้ เดอ ยอง ที่ บาร์เซโลน่า ยังค้างอยู่ ซึ่งมีรายงานจากสำนักข่าวในสเปนได้เปิดเผยว่า บาร์เซโลน่า ได้ค้างค่าจ้างผู้เล่นในทีมของพวกเขาอยู่ประมาณ 14-17 ล้านปอนด์ และ เฟรงกี้ เด ยอง ก็เคยประสบปัญหากับการโดนลดค่าจ้างชั้วคราวในช่วงที่สโมสรประสบกับปัญหาเรื่องการเงินเนื่องจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด 19

ติโม แวร์เนอร์ ไม่ลงรอยกับ โทมัส ทูเคิล ส่อแววย้ายออกจาก เชลซี

ติโม แวร์เนอร์ ส่อแววจะออกจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงเล่นในสนามมากเท่าไหร่ในฤดูกาลที่แล้ว และยังมีข่าวลืออีกว่า ติโม แวร์เนอร์ ไม่ค่อยชอบ โทมัส ทูเคิล มากซักเท่าไหร่จากนิสัยของเขาที่เป็นคนชอบตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์

นักเตะหนุ่มทีมชาติเยอรมนีรายนี้ได้พูดถึงอนาคตของเขาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเขาได้เปิดเผยว่าเขาต้องการลงเล่นมากกว่านี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกในปลายปีนี้ และ โทมัส ทูเคิล ก็ได้ออกมาโต้กลับความคิดเห็นของนักเตะหนุ่มวัย 26 ปีรายนี้ โดยตั้งคำถามกับจุดยืนของเขาต่อแฟนบอล

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในตอนนี้ทั้งสองคนจะมีเคมีที่ไม่เข้ากันซักเท่าไหร่ โดยทางด้านของ ฟลอเรียน เพลตเตนเบิร์ก นักข่าวของ สกาย สปอร์ต ของเยอรมนี เปิดเผยว่า ติโม แวร์เนอร์ ไม่พอใจกับการปฏิบัติต่อเขาของ โทมัส ทูเคิล และทั้งคู่น่าจะไม่ลงรอยกันอยู่ในตอนนี้

สำหรับข่าวลือเรื่องที่ ติโม แวร์เนอร์ ต้องการจะออกจาก เชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้มีโอกาสลงเล่นไปเพียงแค่ 15 นัดในฤดูกาลที่แล้ว โดยทำประตูได้เพียงแค่ 4 ประตูเท่านั้น ซึ่งสำหรับ ติโม แวร์เนอร์ เขาต้องการเมคชัวร์ว่าเขาจะสามารถลงสนามเป็นตัวจริงให้กับทีมได้ เพื่อโอกาสในการติดทีมชาติเยอรมนีในชุดลุยศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศ กาตาร์

ติโม แวร์เนอร์ กล่าวว่า “อันดับแรกที่ผมต้องการคือผมต้องการมีความสุข และความสุขของผมก็คือการได้ลงเล่นและการทำประตู ผมสามารถมีความสุขได้ทุกที่ถ้าผมได้รับโอกาสลงเล่นมากกว่านี้ และผมควรจะลงเล่นให้มากกว่านี้เพื่อให้ร่างกายของผมอยู่ในสภาพที่ฟิตสมบูรณ์ก่อนไปฟุตบอลโลก ซึ่งมันหมายถึงโอกาสในการติดทีมชาติของผมด้วย”

แมนฯยูไนเต็ด เตรียมวางแผนเซ็นสัญญากับนักเตะคนใหม่

มีการคาดการณ์ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามจะเซ็นสัญญากับ ไทเรลล์ มาลาเซีย หลังจากที่พวกเขาบรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญญากับ เฟรงกี้ เด ยอง ซึ่ง เอริค เทน ฮาก ตั้งเป้าที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมใหม่ของเขาด้วยการเสริมตัวผู้เล่นใหม่ให้กับทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่มีนักเตะหน้าใหม่เข้ามาในทีมท่ามกลางความหวังในการพาทีมกลับมาสู่ยุคทองอีกครั้ง หลังจากความล้มเหลวในช่วงการคุมทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ และ ราล์ฟ รังนิค

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเซ็นสัญญากับ เฟรงกี้ เด ยอง มาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว ซึ่งเขาน่าจะเป็นนักเตะที่ เอริค เทน ฮาก อยากจะได้มาร่วมทีมมากที่สุด เพราะว่าทั้งสองคนเคยร่วมงานกันมาก่อนแล้วสมัยที่ เฟรงกี้ เด ยอง เล่นให้กับ อาแจ็กซ์ และคว้าแชมป์ลีกเนเธอร์แลนด์ร่วมกันมาครองได้ และยังสามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกด้วย

สำหรับการเซ็นสัญญากับนักเตะในตอนนี้ เอริค เทน ฮาก ยังคงต้องการให้สโมสรโฟกัสไปที่การเซ็นสัญญากับ เฟรงกี้ เด ยอง ก่อน ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินในจำนวนที่ บาร์เซโลน่า เรียกร้องมา ซึ่งมันแอบสร้างความผิดหวังให้กับ เอริค เทน ฮาก เล็กน้อย เพราะว่าเขาอยากให้สโมสรให้ความสำคัญกับการเซ็นสัญญากับนักเตะมากขึ้นกว่านี้

และถ้าหาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับ เฟรงกี้ เด ยอง เรียบร้อยแล้ว หลายฝ่ายก็เชื่อว่านักเตะรายต่อไปที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเซ็นสัญญาด้วยก็คือ ไทเรลล์ มาลาเซีย แต่ว่าตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเซ็นสัญญากับ เฟรงกี้ เด ยอง ให้สำเร็จก่อน และต้องมารอดูกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถปิดดีลกับ เฟรงกี้ เด ยอง ได้ที่ราคาเท่าไหร่

เพลย์เมกเกอร์สายพเนจร “อาเรียล ออเตก้า”

นักเตะร่างเล็กที่มีความเร็ว และมีสกิลในด้านการเลี้ยงบอลในระดับน้องๆมาราโดนาเลยทีเดียว แถมยังเปิดบอลและยิงประตูได้อย่างคมกริบเลยทีเดียว ทีเด็ดในการยิงประตูของ “เจ้าลาน้อย” อาเรียล ออเตก้า นั่นก็คือการยิงประตูด้วยลูก “ชิพบอล” เท้าขวาของ ออเตก้านี่เหมือนชั่งทองมาจากบ้านเลยทีเดียว เขากะน้ำหนักบอลได้ดีมาก แต่สิ่งที่น่าจะเป็นข้อเสียของมิดฟิลด์ตัวรุกรายนี้ก็คือ

เขาเป็นนักเตะที่ “บ้าเลี้ยง” มากเกินไป เรียกว่าเป็นตัวพาเสียบอลชุดของเหล่านักลุงทันหลายๆจังหวะนั้น เจ้าตัวเลี้ยงบอลจนไม่ดูจังหวะเพื่อนว่าเพื่อนว่าง อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า เพื่อนตะโกนขอบอลเจ้าตัวก็ไม่ส่งเลย มันทำให้แฟนบอล หรือกระทั่งว่าเพื่อนร่วมทีมและโค้ชต่างก็พากันส่ายหน้าเลยทีเดียวกับความหวงบอลจนเคยตัวของเพลย์เมกเกอร์รายนี้ และถามว่าหลังจากทีได้รับฉายาว่า “นิวมาราโดนา” ไปเต็มๆนั้น เขามีชีวิตยังไงบ้าง …

ออเตก้า เคยได้ร่วมงานกับ มาราโดนา 1 ทัวร์นาเมนต์คือในฟุตบอลโลก 1994 ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้คือการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของมาราโดนา แถมเจ้าตัวโดนส่งตัวกลับบ้านก่อนทัวร์นาเมนต์จะจบเพราะใช้สารกระตุ้นต้องห้าม หลังจากนั้นมา เสื้อหมายเลข 10 ก็ถูกส่งต่อให้กับ ออเตก้า แต่ว่าก็อย่างที่บอกไป ออเตก้า มีนิสัยใจร้อน ไม่ฟังใคร พร้อมจะมีเรื่องกับคนได้ตลอด ซึ่งด้วยความพยศต่อเพื่อนร่วมทีมยันโค้ช แถมเลี้ยงบอลโชว์เดี่ยวไม่สนใจใครนี่เอง ที่มันทำให้เขาไม่ค่อยจะได้อยู่กับทีมไหนๆได้นานเลย

เขาพเนจรไปอยู่กับหลายทีมในยุโรป แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยจริงๆ แถมยังโดนโค้ชแทบจะทุกทีมรังเกียจนิสัยส่วนตัวของเขาที่ไร้ความเป็นมืออาชีพอีกด้วย หลังจากพเนจรเปลี่ยนทีมอย่างน้อยปีละสโมสรนั้น เขาก็ได้ย้ายกลับมายังอาร์เจนตินาเพื่อเล่นกับ ริเวอร์เพลท ซึ่งเป็นทีมที่เขาสร้างชื่อเสียงขึ้นมาตั้งแต่วัยรุ่น แต่ก็ย้ายเข้าย้ายออกอยู่หลายตลบจนกระทั่งมาแขวนสตั๊ดเมื่อราวๆ 7-8 ปีที่ผ่านมานั่นเอง

กล่าวได้ว่า ออเตก้า ชีวิตพเนจรไม่ต่างจากพวกนิวมาราโดนารุ่นก่อน ไม่รู้ว่ามันเป็นอาถรรพ์ของฉายานี้หรือไม่ แต่ถึงยังไง เขาก็ยังกลับมาโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้อีกครั้งตอนที่คัมแบ๊กมายังลีกบ้านเกิดเพื่อเล่นให้กับ ริเวอร์เพลท ต่างจากรายก่อนหน้านี้ที่ไปแล้วไปลับ ฟอร์มหายแบบกู่ไม่กลับเลยนั่นเอง

โปแลนด์ เรียกตัว กาเบรียล สโลนินา ผู้รักษาประตูดาวรุ่งของสหรัฐเข้าแคมป์

กาเบรียล สโลนินา แข้งหนุ่มวัย 18 ปีจากทีม ชิคาโก ไฟร์ เอฟซี ที่ถูกมองว่าเป็นอนาคตผู้รักษาประตูของทีมชาติสหรัฐฯ มีรายชื่ออยู่ในรายชื่อ 39 คนของแคมป์ทีมชาติโปแลนด์ที่ประกาศโดยโค้ช ซแชสวัฟ มิคนีแยวิตช์ ในวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนการแข่งขัน เนชันส์ลีก ในเดือนหน้า แต่ตอนนี้ยังไม่มีแหล่งข่าวใดๆ ออกมายืนยันว่า กาเบรียล สโลนินา ไดเมีการตอบรับคำขอของทีมชาติโปแลนด์หรือไม่

กาเบรียล สโลนินา กลายเป็นผู้รักษาประตูที่อายุน้อยที่สุดใน เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ด้วยวัยเพียง 17 ปี 81 วัน ในเกมที่เสมอกับ นิวยอร์ก ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 0-0 เขาเริ่มการแข่งขันลีก 11 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึง 10 นัดสุดท้ายในฤดูกาลนี้ และได้เริ่มลงสนามเป็นผู้เล่นตัวจริงในปีนี้

กาเบรียล สโลนินา เกิดในเมืองแอดดิสัน รัฐอิลลินอยส์ และมีเชื้อสายโปแลนด์ เขาได้เข้าร่วมฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม และมกราคม แต่ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันใดๆ ในนามทีมชาติ แต่เขาเคยลงเล่นให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกาในระดับทีมชาติเยาวชนหลายรุ่น

ภายใต้กฎของ ฟีฟ่า ผู้เล่นสามารถลงเล่นให้ทีมชาติได้ถึงสามนัดก่อนอายุครบ 21 ปีโดยไม่ผูกติดอยู่กับทีม กาเบรียล สโลนินา เป็นหนึ่งในห้าผู้รักษาประตูในรายชื่อของโปแลนด์ โดยมีชื่อร่วมกับ วอยแชค สแชนสนีย์ ของ ยูเวนตุส และ บาร์ตวอมีแยย์ ดรองกอฟสกี จาก ฟีออเรนตีนา, คามิล กราบาร่า จาก เอฟซี โคเปนเฮเก้น และ ลูคัสซ์ สโกรัปสกี จาก โบโลญญ่า

เออร์ลิง ฮาแลนด์ เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเป็นทางการ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บรรลุข้อตกลงเซ็นสัญญาคว้าตัว เออร์ลิง ฮาแลนด์ นักเตะกองหน้าของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางด้านของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ นักเตะหนุ่มวัย 21 ปี เตรียมจะย้ายไปยัง เอติฮัด สเตเดียม ในช่วงซัมเมอร์นี้ และจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับค่าตัวสูงที่สุดของสโมสร ซึ่ง เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะได้รับค่าเหนื่อยเท่ากับ เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งมีมูลค่าหยู่ที่ 375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีข่าวหลุดออกมาว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ 60 ล้านยูโร และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะเซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปีกับสโมสร

แถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า “แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขอยืนยันว่าเราได้บรรลุข้อตกลงกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเรื่องการย้ายทีมของนักเตะกองหน้า เออร์ลิง ฮาแลนด์ โดย เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะเดินทางมาที่สโมสรของเราในวันที่ 1 กรกฎาคม 2022 ซึ่งตอนนี้เราเหลือแค่ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับผู้เล่นเท่านั้น”

หลังจากมีการประกาศเซ็นสัญญาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ทางด้านของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผยว่าการขาย เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะช่วยให้สภาพการเงินของสโมสรนั้นดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มในช่วงปีงบประมาณ 2022-23 น่าจะอยู่ที่ 35-40 ล้านยูโร

การเข้ามาของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วยย้อมใจให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หลังจากที่พวกเขาต้องผิดหวังในการเซ็นสัญญากับ แฮร์รรี่ เคน นักเตะกองหน้าทีมชาติอังกฤษของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว นักเตะหนุ่มทีมชาตินอร์เวย์เป็นหนึ่งในผู้เล่นอายุน้อยที่หลายๆ ทีมในโลกนี้ต้องการเซ็นสัญญาด้วย ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ต้องฟาดฟันกับ เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค กว่าจะได้ลายเซ็นของเขามา

บอร์นมัธ ได้เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก หลังเอาชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์

บอร์นมัธ จะกลับขึ้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้งในฤดูกาลหน้า หลังจากที่สโมสรจากชายฝั่งทางใต้ของอังกฤษการันตีการจบในสองอันดับแรกในการแข่งขัน แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างแน่นอนแล้วหลังจากที่เอาชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไปด้วยคะแนน 1-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา และหลังจบเกมในนัดนี้ บอร์นมัธ ก็จะสามารถผ่านขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ฤดูการหน้าได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ส่วนอีกทีมที่สามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้อีกครั้งก็คือ ฟูแล่ม ที่รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของ แชมเปี้ยนชิพ อยู่ในตอนนี้

บอร์นมัธ ใช้เวลาห้าฤดูกาลใน พรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะตกชั้นในปี 2020 ซึ่งฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็มีโอกาสที่จะได้กลับขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็พลาดโอกาสหลังจากที่พ่ายแพ้ในรอบเพลย์ออฟ และจบได้เพียงอันดับที่ 6 ในการแข่งขัน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปีที่ผ่านมา และตอนนี้ สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ ก็ได้พา บอร์นมัธ กลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง โดยไม่ต้องลุ้นผลการแข่งขันในเกมที่เหลือ

และถึงแม้ว่านัดนี้ บอร์นมัธ จะทำไปได้เพียงประตูเดียวในการฟาดฟันกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่อยู่ในอันดับสามตอนนี้ มันก็มากเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาเลื่อนชั้นกับสู่ พรีเมียร์ลีก เพราะตอนนี้ทุกทีมใน แชมเปี้ยนชิพ ต่างก็ลงสนามไปแล้วทั้งหมด 45 นัด ซึ่งทุกทีมก็เหลือเกมให้ลงสนามอีกเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หรือ ฮัดเดอร์ฟิล์ ทาวน์ จะทำแต้มนำได้ แม้จะชนะในเกมหน้าก็ตาม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แข็งแกร่งขึ้น เพื่อคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องยกระดับผลงานของทีมตัวเองขึ้นมาเพื่อพาทีมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน พร้อมทั้งเขายังได้ออกมาปฏิเสธที่จะวิจารณ์ผู้เล่นของเขาเองหลังจากที่พวกเขาพลาดโอกาสในหลายๆ จังหวะระหว่างเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เรอัล มาดริด ไปด้วยสกอร์ 4-3

สำหรับเกมในเลกที่สอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะใช้ประโยชน์จากความกดดันของ เรอัล มาดริด ที่ เบอร์นาเบว ในสัปดาห์หน้า ซึ่งน่าจะทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นได้ง่ายขึ้น เนื่องจากพวกเขาได้ทำประตูนำไปก่อนแล้วจากเกมในเลกแรกที่ผ่านมา ซึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กล่าวว่าทีมของเขาจะมุ่งหน้าไปยังสเปนเพื่อพยายามคว้าชัยชนะในเกมเลกที่สอง และพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในปารีสกับ ลิเวอร์พูล หรือ บียาร์ เรอัล แต่เขาก็ยอมรับว่ามันไม่ใช่งานง่ายของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “มันเป็นเกมที่ดีกับเรามาด เพราะทั้งสองทีมเป็นทีมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ พวกเราต้องพยายามทำผลงานให้ดีทั้งสองเกมเพื่อผ่านเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศ สำหรับเกมในเลกแรกเราทำได้ดีมาก ถึงแม้ว่าเราจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง และเราจะพยายามเอ่าชนะให้ได้อีกครั้งในเกมเลกที่สอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าทีมของเราเป็นทีมที่ดีพอที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ”

ราล์ฟ รังนิค พาทีม แมน ยูฯ พ่ายอีกครั้งใน พรีเมียร์ลีก

ราล์ฟ รังนิค ขายขี้หน้ากับฟอร์มการเล่นของนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากพ่ายยับให้กับ ลิเวอร์พูล ไปอย่างขาดรอย 4-0 ซึ่ง ราล์ฟ รังนิค เผยหลังจบการแข่งขันว่าเขารูสึกอับอายเป็นอย่างมากสำหรับความพ่ายแพ้ในนัดนี้ และยอมรับว่าฤดูกาลหน้าอาจจะต้องมีนักเตะหน้าใหม่อย่างน้อย 10 คนเข้ามาเปลี่ยนโฉมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกถล่มคาสนาม แอนฟิลด์ ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากที่เคยพ่ายคาบ้านไปแล้วหนึ่งครั้งเมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้วใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเกมนั้นก็โดนถล่มประตูยับจนพ่ายไป 5-0 คาบ้าน ส่วนทางด้านของ ราล์ฟ รังนิค เองก็คงไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมายสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า และยกให้เป็นงานหนักของ เอริค เทน ฮาก เฮดโค๊ชคนปัจจุบันของ อาแจ็กซ์ ที่จะเข้ามารับหน้าที่แทน และจะต้องเปลี่ยนโฉมทีมใหม่ให้ได้สำหรับฤดูกาลหน้า

ราล์ฟ รังนิค ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “สำหรับผมแล้วมันถือเป็นเกมที่น่าอับอายมาก ผมรู้สึกผิดหวังอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเกมในครึ่งแรกที่เราไม่สามารถทำได้ การเจอกับทีมแบบนี้หากเราต้องการชนะ เราจะต้องสร้างปัญหากับคู่ต่อสู้ให้ได้ และใช้จังหวะโต้กลับสองสามจังหวะนั้นด้วยตัวเราเอง ซึ่งเราทำมันไม่ได้เอง และนั่นคือสาเหตุที่เราแพ้ 4-0 ในวันนี้”

ในตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหมือนกำลังอยู่ในยุคที่ตกต่ำที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แล้วกำลังจะคว้าแชมป์ฟุตบอลรายการใหญ่ถึง 4 รายการ ไม่ว่าจะเป็น คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ, แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีก ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีทีมไหนใน พรีเมียร์ลีก เคยทำได้มาก่อน

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้รับความสนใจในการเซ็นสัญญาจาก บาร์เซโลน่า

บาร์เซโลน่า สนใจคว้าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นักเตะกองหน้าของ บาเยิร์น มิวนิค เข้ามาร่วมทีม ตามรายงานของสื่อกีฬาในเยอรมนี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เปิดรับการย้ายไป บาร์เซโลน่า และเป็นความฝันของเขาที่จะได้เล่นในสเปน สัญญาสองหรือสามปีอยู่ในระหว่างการทำมูลค่า 25 ถึง 33 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาลเนื่องจากนักเตะวัย 33 ปีวางแผนการย้ายครั้งต่อไปของเขา

มีรายงานว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ได้ร้องขอการย้ายทีมกับเจ้าหน้าที่ บาเยิร์น มิวนิค อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่ง บาร์เซโลน่า ยังคงฟื้นคืนชีพต่อไปด้วยชัยชนะเหนือ เลบานเต้ ไปด้วยคะแนน 3-2 ในเย็นวันอาทิตย์นี้ ต้องการเซ็นสัญญาอย่างน้อยหนึ่งรายในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้จะมีปัญหาด้านการเงิน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่สามารถจ่าย เออร์ลิง ฮาแลนด์ ได้

ตอนนี้ทีมของ ชาบี เอร์นันเดส ไม่แพ้ใครมา 15 เกมใน ลาลีกา และรั้งอันดับ 2 ของตาราง แต่กุนซือชาวสเปนรายนี้ดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะเพิ่มกองหน้าอีกคนเข้ามาในตำแหน่งของเขา โดยที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดูเหมือนจะมีรายชื่อผู้เข้าชิงสูงขึ้น นักเตะทีมชาติโปแลนด์ทำไปแล้ว 46 ประตูจาก 40 เกมในทุกรายการในฤดูกาลนี้ และปัจจุบันเป็นผู้ทำประตูสูงสุดทั้งใน บุนเดสลีกา และ แชมเปี้ยนส์ลีก

ในแปดฤดูกาลของเขากับ บาเยิร์น มิวนิค ทางด้านของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำไป 340 ประตูจาก 369 นัด และตามหลัง แกร์ด มุลเลอร์ ในรายชื่อผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลเท่านั้น