เพลย์เมกเกอร์สายพเนจร “อาเรียล ออเตก้า”

นักเตะร่างเล็กที่มีความเร็ว และมีสกิลในด้านการเลี้ยงบอลในระดับน้องๆมาราโดนาเลยทีเดียว แถมยังเปิดบอลและยิงประตูได้อย่างคมกริบเลยทีเดียว ทีเด็ดในการยิงประตูของ “เจ้าลาน้อย” อาเรียล ออเตก้า นั่นก็คือการยิงประตูด้วยลูก “ชิพบอล” เท้าขวาของ ออเตก้านี่เหมือนชั่งทองมาจากบ้านเลยทีเดียว เขากะน้ำหนักบอลได้ดีมาก แต่สิ่งที่น่าจะเป็นข้อเสียของมิดฟิลด์ตัวรุกรายนี้ก็คือ

เขาเป็นนักเตะที่ “บ้าเลี้ยง” มากเกินไป เรียกว่าเป็นตัวพาเสียบอลชุดของเหล่านักลุงทันหลายๆจังหวะนั้น เจ้าตัวเลี้ยงบอลจนไม่ดูจังหวะเพื่อนว่าเพื่อนว่าง อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า เพื่อนตะโกนขอบอลเจ้าตัวก็ไม่ส่งเลย มันทำให้แฟนบอล หรือกระทั่งว่าเพื่อนร่วมทีมและโค้ชต่างก็พากันส่ายหน้าเลยทีเดียวกับความหวงบอลจนเคยตัวของเพลย์เมกเกอร์รายนี้ และถามว่าหลังจากทีได้รับฉายาว่า “นิวมาราโดนา” ไปเต็มๆนั้น เขามีชีวิตยังไงบ้าง …

ออเตก้า เคยได้ร่วมงานกับ มาราโดนา 1 ทัวร์นาเมนต์คือในฟุตบอลโลก 1994 ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้คือการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของมาราโดนา แถมเจ้าตัวโดนส่งตัวกลับบ้านก่อนทัวร์นาเมนต์จะจบเพราะใช้สารกระตุ้นต้องห้าม หลังจากนั้นมา เสื้อหมายเลข 10 ก็ถูกส่งต่อให้กับ ออเตก้า แต่ว่าก็อย่างที่บอกไป ออเตก้า มีนิสัยใจร้อน ไม่ฟังใคร พร้อมจะมีเรื่องกับคนได้ตลอด ซึ่งด้วยความพยศต่อเพื่อนร่วมทีมยันโค้ช แถมเลี้ยงบอลโชว์เดี่ยวไม่สนใจใครนี่เอง ที่มันทำให้เขาไม่ค่อยจะได้อยู่กับทีมไหนๆได้นานเลย

เขาพเนจรไปอยู่กับหลายทีมในยุโรป แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยจริงๆ แถมยังโดนโค้ชแทบจะทุกทีมรังเกียจนิสัยส่วนตัวของเขาที่ไร้ความเป็นมืออาชีพอีกด้วย หลังจากพเนจรเปลี่ยนทีมอย่างน้อยปีละสโมสรนั้น เขาก็ได้ย้ายกลับมายังอาร์เจนตินาเพื่อเล่นกับ ริเวอร์เพลท ซึ่งเป็นทีมที่เขาสร้างชื่อเสียงขึ้นมาตั้งแต่วัยรุ่น แต่ก็ย้ายเข้าย้ายออกอยู่หลายตลบจนกระทั่งมาแขวนสตั๊ดเมื่อราวๆ 7-8 ปีที่ผ่านมานั่นเอง

กล่าวได้ว่า ออเตก้า ชีวิตพเนจรไม่ต่างจากพวกนิวมาราโดนารุ่นก่อน ไม่รู้ว่ามันเป็นอาถรรพ์ของฉายานี้หรือไม่ แต่ถึงยังไง เขาก็ยังกลับมาโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมได้อีกครั้งตอนที่คัมแบ๊กมายังลีกบ้านเกิดเพื่อเล่นให้กับ ริเวอร์เพลท ต่างจากรายก่อนหน้านี้ที่ไปแล้วไปลับ ฟอร์มหายแบบกู่ไม่กลับเลยนั่นเอง

โปแลนด์ เรียกตัว กาเบรียล สโลนินา ผู้รักษาประตูดาวรุ่งของสหรัฐเข้าแคมป์

กาเบรียล สโลนินา แข้งหนุ่มวัย 18 ปีจากทีม ชิคาโก ไฟร์ เอฟซี ที่ถูกมองว่าเป็นอนาคตผู้รักษาประตูของทีมชาติสหรัฐฯ มีรายชื่ออยู่ในรายชื่อ 39 คนของแคมป์ทีมชาติโปแลนด์ที่ประกาศโดยโค้ช ซแชสวัฟ มิคนีแยวิตช์ ในวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนการแข่งขัน เนชันส์ลีก ในเดือนหน้า แต่ตอนนี้ยังไม่มีแหล่งข่าวใดๆ ออกมายืนยันว่า กาเบรียล สโลนินา ไดเมีการตอบรับคำขอของทีมชาติโปแลนด์หรือไม่

กาเบรียล สโลนินา กลายเป็นผู้รักษาประตูที่อายุน้อยที่สุดใน เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ด้วยวัยเพียง 17 ปี 81 วัน ในเกมที่เสมอกับ นิวยอร์ก ซิตี้ ไปด้วยสกอร์ 0-0 เขาเริ่มการแข่งขันลีก 11 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึง 10 นัดสุดท้ายในฤดูกาลนี้ และได้เริ่มลงสนามเป็นผู้เล่นตัวจริงในปีนี้

กาเบรียล สโลนินา เกิดในเมืองแอดดิสัน รัฐอิลลินอยส์ และมีเชื้อสายโปแลนด์ เขาได้เข้าร่วมฝึกซ้อมในแคมป์ทีมชาติสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม และมกราคม แต่ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันใดๆ ในนามทีมชาติ แต่เขาเคยลงเล่นให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกาในระดับทีมชาติเยาวชนหลายรุ่น

ภายใต้กฎของ ฟีฟ่า ผู้เล่นสามารถลงเล่นให้ทีมชาติได้ถึงสามนัดก่อนอายุครบ 21 ปีโดยไม่ผูกติดอยู่กับทีม กาเบรียล สโลนินา เป็นหนึ่งในห้าผู้รักษาประตูในรายชื่อของโปแลนด์ โดยมีชื่อร่วมกับ วอยแชค สแชนสนีย์ ของ ยูเวนตุส และ บาร์ตวอมีแยย์ ดรองกอฟสกี จาก ฟีออเรนตีนา, คามิล กราบาร่า จาก เอฟซี โคเปนเฮเก้น และ ลูคัสซ์ สโกรัปสกี จาก โบโลญญ่า

เออร์ลิง ฮาแลนด์ เซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเป็นทางการ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บรรลุข้อตกลงเซ็นสัญญาคว้าตัว เออร์ลิง ฮาแลนด์ นักเตะกองหน้าของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางด้านของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ นักเตะหนุ่มวัย 21 ปี เตรียมจะย้ายไปยัง เอติฮัด สเตเดียม ในช่วงซัมเมอร์นี้ และจะกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับค่าตัวสูงที่สุดของสโมสร ซึ่ง เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะได้รับค่าเหนื่อยเท่ากับ เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งมีมูลค่าหยู่ที่ 375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีข่าวหลุดออกมาว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ 60 ล้านยูโร และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะเซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปีกับสโมสร

แถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า “แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขอยืนยันว่าเราได้บรรลุข้อตกลงกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในเรื่องการย้ายทีมของนักเตะกองหน้า เออร์ลิง ฮาแลนด์ โดย เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะเดินทางมาที่สโมสรของเราในวันที่ 1 กรกฎาคม 2022 ซึ่งตอนนี้เราเหลือแค่ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับผู้เล่นเท่านั้น”

หลังจากมีการประกาศเซ็นสัญญาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ทางด้านของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผยว่าการขาย เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะช่วยให้สภาพการเงินของสโมสรนั้นดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มในช่วงปีงบประมาณ 2022-23 น่าจะอยู่ที่ 35-40 ล้านยูโร

การเข้ามาของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วยย้อมใจให้กับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หลังจากที่พวกเขาต้องผิดหวังในการเซ็นสัญญากับ แฮร์รรี่ เคน นักเตะกองหน้าทีมชาติอังกฤษของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว นักเตะหนุ่มทีมชาตินอร์เวย์เป็นหนึ่งในผู้เล่นอายุน้อยที่หลายๆ ทีมในโลกนี้ต้องการเซ็นสัญญาด้วย ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ต้องฟาดฟันกับ เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค กว่าจะได้ลายเซ็นของเขามา

บอร์นมัธ ได้เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก หลังเอาชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์

บอร์นมัธ จะกลับขึ้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้งในฤดูกาลหน้า หลังจากที่สโมสรจากชายฝั่งทางใต้ของอังกฤษการันตีการจบในสองอันดับแรกในการแข่งขัน แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างแน่นอนแล้วหลังจากที่เอาชนะ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไปด้วยคะแนน 1-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา และหลังจบเกมในนัดนี้ บอร์นมัธ ก็จะสามารถผ่านขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ฤดูการหน้าได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ส่วนอีกทีมที่สามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้อีกครั้งก็คือ ฟูแล่ม ที่รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของ แชมเปี้ยนชิพ อยู่ในตอนนี้

บอร์นมัธ ใช้เวลาห้าฤดูกาลใน พรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะตกชั้นในปี 2020 ซึ่งฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็มีโอกาสที่จะได้กลับขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็พลาดโอกาสหลังจากที่พ่ายแพ้ในรอบเพลย์ออฟ และจบได้เพียงอันดับที่ 6 ในการแข่งขัน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปีที่ผ่านมา และตอนนี้ สก็อตต์ ปาร์คเกอร์ ก็ได้พา บอร์นมัธ กลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง โดยไม่ต้องลุ้นผลการแข่งขันในเกมที่เหลือ

และถึงแม้ว่านัดนี้ บอร์นมัธ จะทำไปได้เพียงประตูเดียวในการฟาดฟันกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่อยู่ในอันดับสามตอนนี้ มันก็มากเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาเลื่อนชั้นกับสู่ พรีเมียร์ลีก เพราะตอนนี้ทุกทีมใน แชมเปี้ยนชิพ ต่างก็ลงสนามไปแล้วทั้งหมด 45 นัด ซึ่งทุกทีมก็เหลือเกมให้ลงสนามอีกเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หรือ ฮัดเดอร์ฟิล์ ทาวน์ จะทำแต้มนำได้ แม้จะชนะในเกมหน้าก็ตาม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องการให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แข็งแกร่งขึ้น เพื่อคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องยกระดับผลงานของทีมตัวเองขึ้นมาเพื่อพาทีมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน พร้อมทั้งเขายังได้ออกมาปฏิเสธที่จะวิจารณ์ผู้เล่นของเขาเองหลังจากที่พวกเขาพลาดโอกาสในหลายๆ จังหวะระหว่างเกมที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ เรอัล มาดริด ไปด้วยสกอร์ 4-3

สำหรับเกมในเลกที่สอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะใช้ประโยชน์จากความกดดันของ เรอัล มาดริด ที่ เบอร์นาเบว ในสัปดาห์หน้า ซึ่งน่าจะทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นได้ง่ายขึ้น เนื่องจากพวกเขาได้ทำประตูนำไปก่อนแล้วจากเกมในเลกแรกที่ผ่านมา ซึ่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กล่าวว่าทีมของเขาจะมุ่งหน้าไปยังสเปนเพื่อพยายามคว้าชัยชนะในเกมเลกที่สอง และพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในปารีสกับ ลิเวอร์พูล หรือ บียาร์ เรอัล แต่เขาก็ยอมรับว่ามันไม่ใช่งานง่ายของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “มันเป็นเกมที่ดีกับเรามาด เพราะทั้งสองทีมเป็นทีมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ พวกเราต้องพยายามทำผลงานให้ดีทั้งสองเกมเพื่อผ่านเข้าไปในรอบชิงชนะเลิศ สำหรับเกมในเลกแรกเราทำได้ดีมาก ถึงแม้ว่าเราจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง และเราจะพยายามเอ่าชนะให้ได้อีกครั้งในเกมเลกที่สอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าทีมของเราเป็นทีมที่ดีพอที่จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ”

ราล์ฟ รังนิค พาทีม แมน ยูฯ พ่ายอีกครั้งใน พรีเมียร์ลีก

ราล์ฟ รังนิค ขายขี้หน้ากับฟอร์มการเล่นของนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากพ่ายยับให้กับ ลิเวอร์พูล ไปอย่างขาดรอย 4-0 ซึ่ง ราล์ฟ รังนิค เผยหลังจบการแข่งขันว่าเขารูสึกอับอายเป็นอย่างมากสำหรับความพ่ายแพ้ในนัดนี้ และยอมรับว่าฤดูกาลหน้าอาจจะต้องมีนักเตะหน้าใหม่อย่างน้อย 10 คนเข้ามาเปลี่ยนโฉมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกถล่มคาสนาม แอนฟิลด์ ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา หลังจากที่เคยพ่ายคาบ้านไปแล้วหนึ่งครั้งเมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้วใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเกมนั้นก็โดนถล่มประตูยับจนพ่ายไป 5-0 คาบ้าน ส่วนทางด้านของ ราล์ฟ รังนิค เองก็คงไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมายสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า และยกให้เป็นงานหนักของ เอริค เทน ฮาก เฮดโค๊ชคนปัจจุบันของ อาแจ็กซ์ ที่จะเข้ามารับหน้าที่แทน และจะต้องเปลี่ยนโฉมทีมใหม่ให้ได้สำหรับฤดูกาลหน้า

ราล์ฟ รังนิค ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “สำหรับผมแล้วมันถือเป็นเกมที่น่าอับอายมาก ผมรู้สึกผิดหวังอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเกมในครึ่งแรกที่เราไม่สามารถทำได้ การเจอกับทีมแบบนี้หากเราต้องการชนะ เราจะต้องสร้างปัญหากับคู่ต่อสู้ให้ได้ และใช้จังหวะโต้กลับสองสามจังหวะนั้นด้วยตัวเราเอง ซึ่งเราทำมันไม่ได้เอง และนั่นคือสาเหตุที่เราแพ้ 4-0 ในวันนี้”

ในตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหมือนกำลังอยู่ในยุคที่ตกต่ำที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แล้วกำลังจะคว้าแชมป์ฟุตบอลรายการใหญ่ถึง 4 รายการ ไม่ว่าจะเป็น คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ, แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีก ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีทีมไหนใน พรีเมียร์ลีก เคยทำได้มาก่อน

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้รับความสนใจในการเซ็นสัญญาจาก บาร์เซโลน่า

บาร์เซโลน่า สนใจคว้าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นักเตะกองหน้าของ บาเยิร์น มิวนิค เข้ามาร่วมทีม ตามรายงานของสื่อกีฬาในเยอรมนี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เปิดรับการย้ายไป บาร์เซโลน่า และเป็นความฝันของเขาที่จะได้เล่นในสเปน สัญญาสองหรือสามปีอยู่ในระหว่างการทำมูลค่า 25 ถึง 33 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาลเนื่องจากนักเตะวัย 33 ปีวางแผนการย้ายครั้งต่อไปของเขา

มีรายงานว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซึ่งหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ได้ร้องขอการย้ายทีมกับเจ้าหน้าที่ บาเยิร์น มิวนิค อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่ง บาร์เซโลน่า ยังคงฟื้นคืนชีพต่อไปด้วยชัยชนะเหนือ เลบานเต้ ไปด้วยคะแนน 3-2 ในเย็นวันอาทิตย์นี้ ต้องการเซ็นสัญญาอย่างน้อยหนึ่งรายในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้จะมีปัญหาด้านการเงิน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่สามารถจ่าย เออร์ลิง ฮาแลนด์ ได้

ตอนนี้ทีมของ ชาบี เอร์นันเดส ไม่แพ้ใครมา 15 เกมใน ลาลีกา และรั้งอันดับ 2 ของตาราง แต่กุนซือชาวสเปนรายนี้ดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะเพิ่มกองหน้าอีกคนเข้ามาในตำแหน่งของเขา โดยที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดูเหมือนจะมีรายชื่อผู้เข้าชิงสูงขึ้น นักเตะทีมชาติโปแลนด์ทำไปแล้ว 46 ประตูจาก 40 เกมในทุกรายการในฤดูกาลนี้ และปัจจุบันเป็นผู้ทำประตูสูงสุดทั้งใน บุนเดสลีกา และ แชมเปี้ยนส์ลีก

ในแปดฤดูกาลของเขากับ บาเยิร์น มิวนิค ทางด้านของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำไป 340 ประตูจาก 369 นัด และตามหลัง แกร์ด มุลเลอร์ ในรายชื่อผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลเท่านั้น

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เอาชนะ ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ส และขึ้นรั้งอันดับ 6 จาก พรีเมียร์ชิพ

เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เพิ่มความหวังในการเล่นเพลย์ออฟ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยชัยชนะ 1-0 เหนือ ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ส หลังจากทำประตูแรกจาก โอลิเวอร์ นอร์วูด ผลลัพธ์ที่ได้สร้างความกดดันให้กับ มาร์ค วอเบอร์ตัน หัวหน้าโค๊ชทีม ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ส หลังจากชนะเพียงสองครั้งใน 12 เกมลีกล่าสุดของพวกเขา มาร์ค วอร์เบอร์ตัน ยอมรับก่อนเกมว่าอนาคตของเขาหลังจบฤดูกาลนั้นไม่แน่นอน

พอล เฮคกิ้งบ็อตทอม ผู้จัดการทีมของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ประเดิมสนามให้กับ ฟิลิป อูเรโมวิช กองหน้าทีมชาติโครเอเชีย อังเดร เกรย์ ที่ยืมตัวมาจาก วัตฟอร์ด กลับมาเป็นตัวจริงของ ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ส หลังจากพักช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

พอล เฮคกิ้งบ็อตทอม ของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด “มันเป็นชัยชนะครั้งใหญ่และผมก็พอใจกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมเห็นที่นั่น การชนะใดๆ ก็ตามเมื่อคุณเล่นกับใครบางคนรอบตัวคุณนั้นยิ่งใหญ่ แน่นอนว่ามันยิ่งใหญ่ขึ้นเมื่อคุณอยู่ที่ ธุรกิจนี้สิ้นสุดฤดูกาล ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีและคุ้มกับ 1-0 อาจมีคำวิจารณ์เพียงอย่างเดียวคือเราไม่ได้สร้างโอกาสเพียงพอสำหรับการเล่นที่ดีที่เรามี แผ่นทำความสะอาดมีความสำคัญ แผ่นทำความสะอาดรับประกันจุด เราต้องการที่จะแข็งแกร่งที่ปลายทั้งสอง”

มาร์ค วอร์เบอร์ตัน ผู้จัดการทีมของ ควีน ปาร์ค เรนเจอร์ส กล่าวว่า “มันเป็นประตูที่น่าตกใจที่จะให้ออกไป ผมคิดว่าเราเริ่มต้นได้ไม่ดี ในครึ่งหลังเราทำได้ดีกว่า แต่เราไม่ได้แสดงเพียงพอ เราเปลี่ยนรูปร่างเล็กน้อยในครึ่งหลังและได้แต้มมากกว่า บอล เราออกไปมากขึ้นและมองหาที่จะเล่นมากขึ้น ผู้เล่นรู้สึกหงุดหงิดและโกรธเคืองอยู่ที่นั่น พวกเขาเป็นกลุ่มที่โดดเด่น พวกเขาเป็นคนที่มีคุณภาพและพวกเขากำลังเจ็บปวดอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่คุณทำได้คืออยู่ด้วยกันและเล่น เรารู้ว่ามีอะไรเพิ่มเติมจากเราในแง่ของคุณภาพ แต่มันเป็นเรื่องของการทำประตูและโอกาส”

มิเกล ฟาน แดมม์ นักเตะชาวเบลเยี่ยมเสียชิตด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว

มิเกล ฟาน แดมม์ นักฟุตบอลชาวเบลเยียมเสียชีวิตหลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมาอย่างยาวนาน มิเกล ฟาน แดมม์ ผู้รักษาประตูของ เซอร์เคิล บรูช เคเอสวี เริ่มเล่นในดิวิชั่น 1 ของเบลเยียมในปี 2014 แต่ลงเล่นน้อยกว่า 50 นัด เนื่องจากอาชีพการงานของเขาต้องหยุดชะงักด้วยโรคร้าย เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวในปี 2016 เขาหายดีแต่กลับเป็นซ้ำ และประกาศในเดือนกันยายน 2020 ว่าการรักษาของเขาไม่ได้ผลอีกต่อไป

สโมสรกล่าวว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่งที่เรารายงานว่าเพื่อนและเพื่อนร่วมทีมของเรา มิเกล ฟาน แดมม์ ต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมาอย่างยาวนานและไม่สม่ำเสมอ คำพูดไม่เพียงพอที่จะบรรยายถึงสิ่งที่เรารู้สึก แม้ว่าเราจะรู้ว่าสิ่งต่างๆ ไม่ได้ไปได้ดีมาระยะหนึ่งแล้ว มิเกล ฟาน แดมม์ มีความอุตสาหะและความแข็งแกร่งของคุณที่จะทำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความพ่ายแพ้หลังจากพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม คุณเป็นแบบอย่างของการมองโลกในแง่ดี ความพากเพียร และจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ที่มาของแรงบันดาลใจสำหรับทุกคนที่ต่อสู้ ตลอดไปในหัวใจสีเขียว-ดำของเรา #16”

ลูกสาวของ มิเกล ฟาน แดมม์ เขียนข้อความบนอินสตาแกรมว่า “สุดที่รักของเราที่พ่อจากไปสำหรับนัดสุดท้ายของเขาเมื่อคืนนี้ แมทช์ที่ไม่สามารถชนะได้อีกต่อไป คุณค่อยๆ จากเราไป แต่คุณทำมันอีกครั้งในแบบของคุณเอง แข็งแกร่งมาก คุณต่อสู้เหมือนสิงโต เรารู้สึกขอบคุณมากสำหรับสิ่งที่คุณเป็น ตัวอย่างสำหรับหลายๆ คน คุณทำให้ผมรู้ว่าไม่มีอะไรที่เหมือนกับการยอมแพ้ แม้ว่าจะมีเพียงแสงริบหรี่ของความสำเร็จเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คุณก็เอาชนะมันได้ครั้งแล้วครั้งเล่า”

หลุยส์ ฟาน ฮาล ชี้ การจัดฟุตบอลโลกที่ กาตาร์ เป็นเหตุผลทางการเมือง

หลุยส์ ฟาน ฮาล โค้ชทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า “เป็นเรื่องตลก” ที่ฟุตบอลโลกปีนี้มีขึ้นที่ กาตาร์ โดยกล่าวหาว่า ฟีฟ่า นำการแข่งขันไปแข่งขันในตะวันออกกลางเพื่อเงินและเหตุผลทางการค้า หลุยส์ ฟาน ฮาล กล่าวว่าเหตุผลของ ฟีฟ่า ในการมอบรางวัลรอบชิงชนะเลิศให้กับ กาตาร์ ซึ่งฝ่ายของเขาจะแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศเดือนพฤศจิกายน และธันวาคมนั้นเป็นเรื่องหลอกลวง

เขากล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ทีมของเขาเริ่มเตรียมการกระชับมิตรกับ เดนมาร์ก และ เยอรมนี ว่า “ตอนนี้ ทุกคนรู้ดีว่าผมคิดว่ามันไร้สาระ เป็นเรื่องน่าขันที่เราจะไปเล่นในประเทศ ฟีฟ่า จะพูดอย่างไร? เพื่อพัฒนาฟุตบอลที่นั่น พัฒนาให้ดีขึ้นที่นั่น นั่นเป็นเรื่องหลอกลวง และคุณทำอย่างนั้นได้อย่างไร? โดยจัดการแข่งขันในประเทศนั้นๆ แต่มันไม่สำคัญหรอก มันเกี่ยวกับเงิน ผลประโยชน์ทางการค้า นั่นคือแรงจูงใจหลักของ ฟีฟ่า”

เกมกระชับมิตรเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทีมดัตช์สำหรับรอบชิงชนะเลิศ หลังจากที่พวกเขาผ่านเข้ารอบเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลุยส์ ฟาน ฮาล อดีตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการภายในสมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ (KNVB) ซึ่งประชุมทุกเดือนเพื่อประเมินสถานการณ์ต่อเนื่องในกาตาร์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน สมาคมฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ (KNVB) เป็นหนึ่งในสมาคมฟุตบอลไม่กี่แห่งที่วิพากษ์วิจารณ์สิทธิมนุษยชนและสภาพการทำงานในกาตาร์